วันอาทิตย์ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2569

ตำมะเขือ

ส่วนประกอบ
- มะเขือยาวสีเขียว
- ไข่ไก่

เครื่องปรุง
- พริกสด
- หอมเเดง
- กระเทียม
- ต้มหอม
- ผักชี
- ใบสะระเเน่ (ไม่ใช้ผักไผ่)

วิธีทำ
- นำมะเขือยาว จิ้มรูเล็กๆ ย่างในกระทะ ให้นุ่มเเละสุก
- นำพริกสด หอมเเดง กระเทียม ย่างในกระทะ หรือ เครื่องอบลมร้อน
- น้ำมะเขือยาว พริก หอมเเดง กระเทียม มาลอกเปลือกออก เเล้วเตรียมน้ำปลาร้าต้มสุก เเละไข่ต้ม
- นำพริก หอมเเดง กระเทียม โขลกให้ละเอียดพอดี เเล้วเติมน้ำปลาร้าต้มสุก หรือน้ำต้มกะปิ
- หั่นมะเขือยาวใส่ในครก ตำให้พอแหลก 
- โรยหน้าด้วยต้นหอมผักชี เพิ่มความอร่อยด้วยไข่ต้ม เเละใบสะระเเน่ เเล้วกินได้เลย 

เคล็ดลับ
-โขลกไข่ต้ม ให้เข้ากัน  หรือแยกต่างหากก็ได้  ถ้าจืดปรุงรสเพิ่มด้วยน้ำปลาตามใจชอบ

ยำจิ้นไก่

ส่วนประกอบ
- ไก่

เครื่องปรุง
- พริกลาบ (หัวหอม กระเทียม ข่า ตะไคร้ เมล็ดผักชี เมล็ดพริกไทย ดีปลี พริกแห้ง) 
- น้ำปลา, ซีอิ้ว, กะปิ
- ผักชี
- ต้นหอม 
- ผักแพ้ว
- ใบมะกรูด 

วิธีทำ
- ต้มไก่ก่อน ใส่ตะไคร้ ขมิ้น หัวหอม ใบมะกรูด ใส่ลงไปต้มพร้อมกันจนไก่สุก
พอไก่สุกและนิ่มได้ที่ตามต้องการ นำขึ้นมาพักไว้ให้คลายร้อนก่อนจึงนำมาฉีกเป็นเส้นๆ
- นำไก่ฉีกใส่ลงหม้ออีกรอบ อุ่นให้ร้อนหน่อยก็ได้ ปรุงรสด้วย พริกลาบตามชอบ ใส่ผักชี ต้มหอม ผักแพ้วลงไป ปรุงรสด้วยน้ำปลา ซีอิ้วนิดหน่อย ตักใส่ชามเสิร์ฟ โรยผักชีต้นหอม 

เกล็ดเพิ่มเติม
-ใส่ มะนาว มะเขือเทศ ด้วยก็ได้ 

วันอังคารที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2569

การเก็บรักษาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

                เมื่อพูดถึงการเก็บรักษาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่บรรจุขวดแล้ว สิ่งใดที่ยิ่งเก็บไว้นานยิ่งดี และคุณภาพไม่เสื่อมเร็ว ซึ่งแต่ละประเภทมีลักษณะการเก่าอายุและการเสื่อมคุณภาพที่แตกต่างกันอย่างมาก ดังนี้

                1. ไวน์ (Wine) - ผู้ชนะในด้านการเก่าอายุ
                    ไวน์แดง มีศักยภาพในการเก่าอายุที่ยอดเยี่ยม โดยเฉพาะไวน์ที่มีสารแทนนิน (tannins) สูง เช่น Cabernet Sauvignon, Sangiovese และ Bordeaux blends ซึ่งสามารถเก็บไว้ได้ 10-30 ปี หรือมากกว่า ในช่วงเวลานี้ ไวน์ไม่เพียงแต่ยังคงคุณภาพไว้ แต่ยังพัฒนาความซับซ้อนและรสชาติที่ลึกซึ้งมากขึ้น
                    ไวน์ขาว ส่วนใหญ่ไม่มีศักยภาพในการเก่าอายุนาน ยกเว้น Chardonnay ระดับพรีเมียมจากเขต Burgundy ซึ่งสามารถพัฒนาได้ 5-15 ปี ส่วน Sauvignon Blanc และ Rosé ส่วนใหญ่ดีที่สุดเมื่อบริโภคในช่วงแรก
                    ไวน์ มี 2 ขั้นตอน การเก่าอายุที่สำคัญ คือ ขั้นแรกในถัง (barrel aging) ที่ไวน์ดูดซึมรสชาติจากไม้โอ๊ค เช่น vanilla, caramel และ spice ขั้นที่สองในขวด (bottle aging) ที่เกิดปฏิกิริยาเคมีที่ซับซ้อน ในระหว่างการเก่าอายุในขวด สารแทนนินจะเกิดปฏิกิริยา polymerization ทำให้ไวน์รู้สึกนุ่มลงและสมดุลมากขึ้น นอกจากนี้ phenolic compounds ยังพัฒนาความซับซ้อนผ่านปฏิกิริยาออกซิเดชันและการควบแน่น ซึ่งสร้างกลิ่นอายของหนัง ยาสูบ ผลไม้แห้ง และดินป่า
                    ความสำเร็จของการเก่าอายุไวน์ ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขการเก็บรักษาที่เข้มงวด ควรเก็บไวน์ที่อุณหภูมิคงที่ 13-16°C (55-60°F) ในสภาพแวดล้อมที่มีความชื้นประมาณ 70% ขวดควรวางนอน เพื่อให้จุกไม้สัมผัสกับไวน์อย่างต่อเนื่อง ซึ่งช่วยรักษาความชื้นของจุกและรักษาการปิดผนึกให้แน่นหนา การป้องกันแสง โดยเฉพาะรังสี UV เป็นสิ่งสำคัญ เนื่องจากแสงสามารถทำให้ phenolic compounds สลายตัวและทำให้ป้ายฉลากจางลง การสั่นสะเทือนอย่างต่อเนื่องควรหลีกเลี่ยง เนื่องจากอาจเร่งปฏิกิริยาที่ไม่พึงประสงค์
                    ไวน์ที่เก็บถูกวิธีจะเสื่อมคุณภาพช้ามาก อย่างไรก็ตาม เมื่อเปิดขวดแล้ว ไวน์จะเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ไวน์แดงคงอยู่ได้ประมาณ 3-5 วัน ขณะที่ไวน์ขาวคงอยู่ได้เพียง 1-3 วัน เนื่องจากออกซิเจนทำให้ไวน์ออกซิไดซ์ได้อย่างรวดเร็ว

                2. เหล้าวิสกี้ (Whiskey) - ความเสถียรที่ยาวนาน
                    เหล้าวิสกี้มีลักษณะเฉพาะตัวในแง่ของการเก่าอายุ เกิดขึ้นเฉพาะในถัง ไม่ใช่ในขวด เหล้าวิสกี้ที่ระบุว่า “10-year bourbon” จะยังคงเป็น “10-year bourbon” แม้ว่าจะเก็บไว้ในขวดเพิ่มเติม 20 ปี ความแตกต่างนี้เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องเข้าใจ
                    อย่างไรก็ตาม เหล้าวิสกี้มีข้อดีในด้านความเสถียรระยะยาว เหล้าวิสกี้ที่ไม่เปิดสามารถเก็บไว้ได้ 10 ปีหรือมากกว่า โดยไม่เปลี่ยนแปลงรสชาติอย่างมีนัยสำคัญ
เหล้าวิสกี้ควรเก็บไว้ในตำแหน่งตั้ง (ไม่เหมือนไวน์) เนื่องจากจุกไม้ของเหล้าวิสกี้ออกแบบมาสำหรับการใช้หลายครั้ง ไม่ใช่ใช้ครั้งเดียว อุณหภูมิควรต่ำกว่าอุณหภูมิห้อง เนื่องจากอุณหภูมิที่ต่ำจะช่วยลดการระเหยของเหล้า
                   ความสำคัญของการป้องกันแสง เช่นเดียวกับไวน์ เนื่องจากรังสี UV สามารถทำให้สีของเหล้าจางลง ควรเก็บเหล้าวิสกี้ในตู้บาร์หรือห่อด้วยกระดาษเพื่อป้องกันแสง
เมื่อเปิดขวดแล้ว เหล้าวิสกี้มีความเสถียรที่ยาวนานกว่าไวน์มาก สามารถเก็บไว้ได้ 6 เดือนถึง 2 ปี ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขการเก็บรักษา ในช่วงแรก แอลกอฮอล์จะระเหยและรสชาติจะนุ่มลง ภายหลัง ปฏิกิริยาระหว่างอากาศและส่วนประกอบของเหล้าอาจทำให้รสชาติเปลี่ยนแปลง บางครั้งดีขึ้น บางครั้งแย่ลง

                3. เบียร์ (Beer) - ไม่ดีขึ้นตามเวลา ต่างจากไวน์และเหล้าวิสกี้ เบียร์ส่วนใหญ่ไม่ดีขึ้นตามเวลา เบียร์บางประเภท เช่น Stouts และ Imperial IPAs อาจพัฒนาความซับซ้อนบ้าง แต่เพียง 1-3 ปี ส่วนใหญ่ของเบียร์ดีที่สุดเมื่อบริโภคใหม่ๆ ภายในประมาณ 3-6 เดือน
                   เบียร์เสื่อมคุณภาพผ่านกระบวนการที่เรียกว่า “staling” ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบทางเคมีของเบียร์ระหว่างการเก็บ ปฏิกิริยาออกซิเดชันเป็นปัจจัยหนึ่ง ซึ่งออกซิเจนทำให้เกิดรสชาติไม่พึงประสงค์
อย่างไรก็ตาม ปฏิกิริยาที่ไม่ใช่ออกซิเดชัน เช่น esterification, etherification, Maillard reactions และ glycoside and ester hydrolysis ก็มีความสำคัญเท่าเทียมกัน โดยเฉพาะที่ระดับออกซิเจนต่ำที่ทันสมัยของโรงเบียร์ สารประกอบ (E)-2-nonenal ซึ่งเป็นสารที่ก่อให้เกิดรสชาติเก่า ปรากฏว่าเกิดขึ้นจากกลไกที่ไม่ใช่ออกซิเดชัน ซึ่งอธิบายว่าทำไมเบียร์จึงเสื่อมคุณภาพแม้ในสภาพแวดล้อมที่มีออกซิเจนต่ำ
                   เบียร์ต้องการการเก็บรักษาที่เข้มงวดเพื่อลดความเร็วของการเสื่อมคุณภาพ อุณหภูมิต่ำและคงที่เป็นสิ่งสำคัญ เนื่องจากอุณหภูมิที่สูงขึ้นเร่งให้เกิดการเสื่อมคุณภาพ ควรหลีกเลี่ยงแสง โดยเฉพาะแสงสีฟ้า ซึ่งสามารถสร้างรสชาติ “skunky” ที่ไม่พึงประสงค์ ควรลดออกซิเจนให้เหลือน้อยที่สุด

                   เบียร์เสื่อมคุณภาพเร็วที่สุดใน 3 ชนิด เมื่อเปิดแล้ว ควรบริโภคภายในวันหรือไม่กี่วันเท่านั้น การเปลี่ยนแปลงเคมีของเบียร์ระหว่างการเก็บเป็นปัญหาคุณภาพหลัก

สรุปและคำตอบ
            สิ่งที่ยิ่งเก็บไว้นานยิ่งดี คุณภาพไม่เสื่อมเร็ว คือ 
            1. ไวน์ (Wine) - ยิ่งเก็บนานยิ่งดี (สำหรับไวน์ที่มีศักยภาพ) เก็บรักษาที่ดี (ตู้ไวน์หรือห้องใต้ดิน) เพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุดจากศักยภาพการเก่าอายุ
            2. เหล้าวิสกี้ (Whiskey) - ความเสถียรที่ยาวนาน แต่ไม่ดีขึ้นหลังจากบรรจุขวด เก็บไว้ในสภาพแวดล้อมที่เย็นและมืด เพื่อรักษาคุณภาพในระยะยาว
            3. เบียร์ (Beer) - เสื่อมคุณภาพเร็วที่สุด ไม่ดีขึ้นตามเวลา บริโภคให้เร็วที่สุด เพื่อรับประโยชน์จากรสชาติที่สดใหม่